Parn Thanaporn Wagprayoon
imgparn02
imgparn03
imgparn04
imgparn05
  • FB
  • FB
  • IG
  • RS
 

News

ปาน หญิงแกร่งในความอ่อนไหว

01-07-2007 06:50:48

“ปาน-ธนพร แวกประยูร” ได้ชื่อว่านักร้องที่เป็นปากเสียงให้กับผู้หญิงมาโดยตลอด ด้วยน้ำเสียงที่มีพลังผสมผสานกับผลงานที่มีคุณภาพ ทำให้เธอกวาดรางวัลมาจากหลายสถาบัน จนถูกมองว่าเป็น “ผู้หญิงแกร่ง” และเป็นต้นแบบให้ผู้หญิงทั่วไป แต่ “ผู้หญิง” ยังไงก็เป็น “ผู้หญิง” แม้ภาพภายนอกดูเข้มแข็ง ดุดัน แต่จริง ๆ แล้วเธออ่อนแอกว่าที่เราหลายคนคิด วันนี้ คอลัมน์ “ดาวต่างมุม” จะพาคุณทำความรู้จักผู้หญิงคนนี้ให้มากยิ่งขึ้น

คำถามแรกต้องถามว่าปานเข้าสู่ถนนสายดนตรีได้ยังไง
“มันเริ่มมาจากเราทำงานเบื้องหลัง เกิดจากความที่เราได้รับโอกาส ร้องคอรัส คลุกคลีอยู่หลายปีเข้าเราก็ได้รับโอกาสมาทำเบื้องหน้า เบื้องหลังของปาน คือ ทำคอรัส ร้องไกด์ ร้องเพลงละคร ทำแทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการร้องเพลง ยกเว้นการพากย์เสียง ปานทำอยู่ 7-8 ปี เพราะว่าปานมีโอกาสได้ทำงานตั้งแต่ตอนอยู่ ม.5 ปานรักงานเบื้องหลังและชอบอะไรที่อยู่เบื้องหลัง เลยทำให้เรารู้สึกว่าภูมิใจกับงานทุกชิ้น เพราะงานแต่ละชิ้นก็จะมีบทเรียนที่แตกต่างกันออกไป สิ่งเหล่านี้สอนให้เราเข้าใจงานมากขึ้น”

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์งานเบื้องหลังมานาน ปานขยับมาเป็นนักร้องเต็มตัวได้ยังไง
“มันเป็นโอกาสที่เฮียเขามอบให้ เฮียได้ฟังเสียงจากที่เราทำงานเบื้องหลังก็เลยเรียกมาดูหน้าดูตากัน ก็เริ่มทำเลย ให้คุยกับทีมงาน ซึ่งจริง ๆ ถามว่าเราทำงานจะยากกว่านักร้องคนอื่นมั้ย มันไม่ควรจะยาก ในเมื่อเราทำงานเบื้องหลังมาแล้ว และรู้ทุกขั้นตอน แต่ปรากฏว่าพอมันเป็นเราจริง ๆ มันยาก มันเป็นเพราะว่าเราเป็นคนอื่นซะเยอะ พอมาเป็นตัวเองก็หาไม่เจอ หาเส้นเสียงตัวเองไม่เจอ เพราะว่าเราดัดเสียงเป็นคนอื่นมาเยอะ พอโจทย์ที่เป็นตัวเองก็มึนหาอยู่หลายเดือน จนเราเกรงใจ เรารู้สึกว่าเขาให้โอกาสเราแล้ว และเป็นโอกาสที่ดีงามที่เราไม่เคยได้รับ และตอนนั้นปานทำงานประจำ อยู่ด้วย ซึ่งตอนนั้นปานเป็นครูสอน
ร้องเพลงอยู่ที่นาฏศิลป์ เลยตัดสินใจไปลาออกจากการเป็นคุณครู เลือกที่จะทำอะไรสักอย่าง

ด้วยความเป็น “ปาน” ไม่ได้สวยเด่นเหมือนคนอื่น ขายเสียงเป็นหลักตอนอัลบั้มแรกจะวางมีความกดดันมั้ย ”
“ครั้งแรกบอกตามตรงว่าปานแทบจะไม่ได้คาดหวังเลย คิดแค่ว่าเมื่อเรามีโอกาสที่ได้ทำก็จะทำ อย่างเก่งคิดว่าชุดเดียวคงจอด เพราะเรารู้ตัวเหมือนกันว่าด้วยเมืองไทยตอนนั้นมันยากกับคนที่ไม่สวย แล้วอยู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา มันเป็นยุคที่ต้องมีหน้าตาเป็นอาวุธ แต่เราไม่มีอะไรเลย”

ปานคิดว่าตัวเองชนะใจคนฟังได้ยังไง
“บอกเลยว่ามันมีหลายส่วนประกอบ ปานคิดว่าปานมีเพลงที่ดี ได้คนทำงานที่มีคุณภาพและจริงจังกับเพลงของเรา พอเราได้เพลง ที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว พอได้เพลงที่ดีก็พยายามร้องให้มันดีและถ่ายทอดให้มันได้อารมณ์ ทุกอย่างเป็นส่วนประกอบทั้งหมด ไม่ใช่ใคร คนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เพลงมันดี เราร้องดี แต่บริษัทไม่ช่วย มันก็ยากที่เราจะโผล่ ปานไม่มีปัจจัยอย่างอื่นช่วยเลยนอกจากเสียง นอกจากเพลง”

จริง ๆ คนที่ขึ้นสูงสุดมันมีโอกาสที่จะลงได้ปานมีเตรียมใจไว้มั้ย
“สิ่งเหล่านี้ปานว่าปานเตรียมใจไว้ทุกวัน เราเข้าใจสัจธรรม เรามองเห็นอยู่ทุกวัน จากคนอื่น ๆ คนรอบข้าง และมันก็เป็นบทเรียนให้กับเรา แม้เราทำงานเบื้องหลัง แต่เราก็เห็นวงจรชีวิตของศิลปินหนึ่งคน ว่าเข้ามาแล้วเป็นแบบนี้ อยู่ ๆ ไปจะเป็นแบบนี้ และมีจุดจบแบบนี้ ถ้าทำตัวแบบนี้ มันมีวงจรให้เห็นเสมอ เราจึงมีคติประจำใจว่า เรื่องดัง เรื่องดับ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะวันหนึ่งเราก็ต้องดับเหมือนกัน ซึ่งปานยึดแค่ว่าเมื่อวันนี้เรายังมีที่ยืนอยู่ก็รักษาที่ยืนให้ดี รักษาคุณภาพงานให้ดี ถ้ามันจะตกจะหล่นลงไปก็ให้คิดว่าเป็นธรรมชาติ”

คนเราสร้างชื่อเสียงมันไม่ยาก แต่การที่รักษาไว้มันยากกว่า ปานมีวิธียังไง
“เราต้องยอมรับว่าเราเป็นคนที่อยู่ที่แจ้ง ของพวกนี้เป็นดาบสองคม เขารักเรามาก เขาก็เกลียดเรามากได้ถ้าวันใดที่เราทำให้เขาผิดหวังเขาก็เกลียดเรา มันหายากประเภทที่รักและเข้าใจทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปานรักษาอย่างแรกคือ ตัวงาน เราเป็นนักร้องใช่มั้ย เมื่อเราเป็นนักร้องก็ต้องรักษาคุณภาพ อย่างตัวเราก็ต้องรู้ว่าอะไรที่จะทำลายเสียง เราต้องไม่ยุ่งกับมัน การเป็นนักร้องจะอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องหาอะไรมาเติมแต่งทางอารมณ์”

หลายคนมองว่าปานเป็นตัวอย่างของผู้หญิง เรากดดันมั้ย
“จริง ๆ ปานจะพูดเสมอและกราบขอบคุณ ที่ได้รับเกียรติ แต่ถามปานจริง ๆ ปานคิดว่าตัวเองยังเป็นไม่ได้ ปานเคารพผู้หญิง เพราะผู้หญิงทั่วโลกมีความเป็นแม่ ปานว่าผู้หญิงเป็นเพศมหัศจรรย์ เป็นเพศที่อยู่ในกรอบ เพราะสังคมบีบ แต่คนเหล่านี้เขา ก็อยู่ได้ด้วยการยอมรับ ถ้ามอง จริง ๆ ปานมองว่าโลกใบนี้ผู้หญิง จะอยู่เบื้องหลัง และไม่จำเป็นต้องออกมาเบื้องหน้า แต่คอยผลักดันให้เกิดสิ่งสวยงาม ปานมองว่าผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ จริง ๆ ต้องเป็นแบบนี้ แต่ปานยังไม่มี ปานเป็นแค่นักร้อง ไม่ได้สัมผัสความเป็นครอบครัว ไม่ได้สัมผัสถึงความเสียสละจริง ๆ ปานจึงมีความรู้สึกว่าเรายังเป็นตัวอย่างให้ใครไม่ได้”

ถ้าอย่างนั้นต้องถามว่าตัวตนจริง ๆของผู้หญิงที่ชื่อ“ธนพร”เป็นยังไง
“ก็ไม่มีอะไรพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นเลย อาจจะด้อยกว่าด้วยซ้ำ ที่ดูว่าเข้มแข็งนั้น คือ ภาพ จริง ๆ แล้วถามว่าเข้มแข็งมั้ย คนหนึ่งคนจะเข้มแข็งหรือไม่เข้มแข็งมันอยู่ที่ประสบการณ์ชีวิตที่เดินมาว่า มันเจออะไรบ้าง ณ วันนี้ เราเดินมา อย่างน้อยเราก็ได้รู้จักความผิดหวัง ความเสียใจ รู้จัก การสูญเสีย และรู้จักการให้การรับ การที่แม่เราป่วยหนัก ทำให้เราเห็น สัจธรรม เงินเป็นตัวเดียวที่เยียวยาเขาอยู่ได้ แต่เงินซื้อชีวิตเขาไม่ได้ ก็ทำใจ แต่ถามว่าตรงนั้นมันคือความเข้มแข็งเหรอ มันเป็นประสบการณ์ที่คุณต้องยอมรับต่างหาก แต่ไม่ได้แปลว่าคุณเข้มแข็ง วันหนึ่งเมื่อท่านจากไปเราก็ร้องไห้ ถามว่าทำใจได้มั้ย มันต้องทำใจได้ ความตายคือความเที่ยง ทุกคนต้องตาย คิดแค่ว่าถ้าใครไปก่อนเราก็จะตามไปเจอกันที่อื่น ปานเป็นคนที่อ่อนแอด้วยซ้ำ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ แม่ พูดง่าย ๆ ตอนนี้สัมภาษณ์อยู่ก็คือการทำงาน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ต้องนั่งว่าง ๆ คนเดียวก็จะคิด เราไม่ได้กลับไปดูแลเขาตลอดเวลา เรามีคนดูแล มีพี่สาวดูแล แต่จริง ๆ เราอยากจะอยู่กับเขาตลอดเวลา แต่มันทำไม่ได้ นี่ต่างหากที่เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง ปานเองก็เสียใจว่าทำไมเราไปพยาบาลท่านไม่ได้ ทำไมเราต้องรอเวลาว่าง ซึ่งปานก็มองว่าเราเป็นมนุษย์เราก็ต้องทำหน้าที่ของเรา แม่มีลูกถึง 5 คน ดูเหมือนเยอะ แต่ถึงเวลาจริง ๆ แล้ว 5 คนมันไม่พอกับการดูแลแม่เพียงคนเดียว ปานเข้าใจเลย เพราะว่าลูกทุกคนมีภาระหน้าที่หมด ณ วันนี้ปานมีปัญญาช่วยเรื่องเงิน เรามีมากกว่าพี่น้อง เราก็ช่วยเรื่องนี้เอาเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นก็แบ่งหน้าที่กันเลยในระหว่างพี่น้อง”

ณ วันนี้เรายังมีอะไรที่อยากจะทำให้แม่บ้าง
“จริง ๆ แล้วเราทำเกือบทุกอย่างแล้ว ทำบ้านให้เขาอยู่สบาย แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกเสียใจว่าทำไม ในวันที่เราอยู่สบาย วันที่เราพร้อมที่จะให้เขาทุกอย่าง สังขารของเขากลับจะรับสิ่งที่เราให้ไม่ได้ แม่เป็นคนชอบเที่ยว เรารู้สึกเลยว่าถ้าแม่สุขภาพดีแม่จะต้องไปเที่ยวทุกปี ซึ่งตอนนี้เราพร้อมแม่อยากจะไปไหนไปเลย แต่ปานทำให้เขาได้เพียงแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นเขาก็ทรุด และเงินที่มีอยู่ก็ไปอยู่ที่โรงพยาบาล นี่คือสิ่งที่เราเห็นสัจธรรม ทำไมแม่ไม่ใช้เงินนั้นเพื่อความสุขของแม่ แต่ทำไมเราต้องเอาเงินไปให้โรงพยาบาลเพื่อให้หมอเอาเข็มมาฉีดยาให้แม่มี ชีวิตอยู่ เงินใช้ไปก้อนใหญ่มาก แต่เราก็ต้องหาทดแทน ถามว่าเสียดายมั้ย ปานเสียดายแค่ปานอยากจะให้แม่ได้ใช้เงินที่ปานหา ให้เขาได้ความสุข ถามว่าเวลาแม่เข้าไปโรงพยาบาลแม่ได้อะไร แม่ได้เข็ม แม่โดนเจาะ แม่เจ็บ เราคิดว่าทำไมเงินที่เราหามาต้องเป็นแบบนี้ ยื้อชีวิตเขาก็จริงแต่เขาเจ็บ แม่โชคดีที่มีพ่ออยู่ข้าง ๆ ตลอด แต่แม่ก็ไม่ได้โชคดีในชีวิตคู่มาก เพราะที่ผ่านมาคุณพ่อทำงานต่างจังหวัด ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา อาทิตย์หนึ่งเจอกันที พอยามแก่อยู่ด้วยกันในสภาพ แบบนี้ปานกลับมองว่า จริง ๆ มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้ ชีวิตเขาน่าจะอยู่ด้วยกันจูงมือกันไปไหนมาไหนมีลูก ๆ เดินตาม แต่ทำไมแม่ต้องนอนอยู่ที่เตียงแล้วต้องรอให้ทุกคนมาหา”

พอมองย้อนชีวิตพ่อกับแม่ที่เขาไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ปานวางแผนชีวิตของตัวเองยังไงบ้าง
“ปานยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว ถ้าให้ปานเลือกระหว่างการทำงานกับการมีครอบครัว ปานก็คงเลือกงาน เพราะปานมีความรู้สึกว่าเราทำแล้วมีความสุข การมีครอบครัวก็มีความสุข แต่เราอาจจะกลัวเราไม่อยากจะเสี่ยง”

เรียนรู้กันมาก็พักใหญ่แล้ว ต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือเปล่า
“เรียนรู้กันมาพักใหญ่ก็จริง อะไรก็ตามถ้ามันยังไม่ได้อยู่ด้วยกัน มันก็ยังไม่เห็นกันหรอก ซึ่งการทำอย่างนั้นได้ก็คือต้องแต่งงานก่อน เรื่องแต่งงานยังไม่คิด เรามีความรู้สึกว่าเราทำงานแล้วสนุกกว่า ปานมองว่าถ้าเราแต่งงานเราต้องพร้อม การทำอะไรสองอย่างพร้อมกันแล้วดี มันเป็นไปไม่ได้ กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้”

นึกมุมหวานของปานไม่ออกจริง ๆ ว่าอยู่กับแฟนแล้วเป็นยังไง
“(หัวเราะ) มุมหวานปานเหรอ บอกตรง ๆ ว่าไม่ใช่คนหวาน แต่ถามว่าใส่ใจมั้ย ปานเอาความใส่ใจมากกว่า เช่นเวลาไปไหนมาไหนเห็นอะไรนึกถึงซื้อมาฝาก อันนี้คือที่สุดแล้ว ทำได้แค่นี้ ที่ไม่ค่อยเห็นปานพาแฟนไปไหนต่อไหน อย่างแรกเขาเองก็ไม่ค่อยอยากจะทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ ได้แต่คอยดูอยู่ที่บ้าน ตามรายการ เขาเข้าใจว่าเราเป็นคนของประชาชน จริง ๆ ความรักของเราปานเน้นเรื่องความซื่อสัตย์ คนเราถ้ามีความซื่อสัตย์ก็จะรู้ตัวว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้”

วันนี้ปานถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง
“ถ้าถามว่าประสบความสำเร็จมั้ย จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง และมีวันนี้ได้ปานคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว เกินความพอใจของเราด้วยซ้ำ มันอาจจะโดนวิพากษ์วิจารณ์บ้าง ชมบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นหมายความว่า อย่างน้อยที่สุดเขาฟังเพลงเรา จากวันนี้ชื่อเสียงจะดิ่งลงปานก็ไม่คิดมาก ถามว่าปานยังอยากได้อะไรอีกบ้าง คงจะบอกว่าปานอยากจะให้ตัวเองสุขภาพดี ๆ และเราเริ่มอยากจะช่วยคนอื่นเขา ตอนนี้ปานทำบุญเยอะ เป็นต้นบุญ บอกบุญ ปานคิดว่าเป็นเรื่องที่เหนื่อยนะ แต่มันมีความสุข อันนี้คือสิ่งที่เราต้องชดเชยให้กับสังคม คืนให้กับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ปานเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เชื่อพระพุทธเจ้า ปานเชื่อเรื่องกรรมมาก การที่ปานได้เป็นนักร้อง ปานเชื่อว่าปานถูกเลือกให้เป็น”

และนี่ก็คือ อีกมุมหนึ่งของผู้หญิงที่ชื่อ “ธนพร แวกประยูร” ที่ภายนอกอาจจะดูเข้มแข็ง แต่ภายในก็อ่อนไหวตามประสา “ผู้หญิง”.

 

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์